'หนีเงาตนเอง'

Updated: Jun 5, 2018

อย่าไปคาดหวัง ความถูกใจจากใครคนอื่น

แม้นใจของเราแท้ ๆ ยังบังคับให้ถูกใจฝ่ายเดียวไม่ได้

“อยู่กับคนก็อย่าไปหลงคำคน อยู่กับตนก็ให้เข้าใจตน” จึงจะถูกต้อง

ภาพถ่ายขาวดำเหล่าสามเณรยืนบนชานศาลาไม้เก่าแห่งหนึ่ง ในทะเลสาบอินเล ประเทศพม่า ซึ่งมีเงาตกทอดสะท้อนให้เห็นมิติและอารมณ์กำลังสงสัยครุ่นคิด

ภาพถ่าย | Ekkachai Nontree


จวงจื่อ เป็นจอมปราชญ์สำนักคิดเต๋าแห่งแผ่นดินจีน มีชีวิตเมื่อราว ๒,๓๐๐ ปีที่แล้ว จวงจื่อเล่าว่า

มีชายคนหนึ่งรำคาญเงาของตัวเองมาก อีกทั้งยังทนรอยเท้าของตัวไม่ได้ เขาจึงพยายามวิ่งหนีจากทั้งสองสิ่งนี้ แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปไหน เงาและรอยเท้าก็ยังติดตามเขาไป เขาคิดว่าเขาวิ่งเร็วไม่พอ จึงเร่งฝีเท้าไม่ยอมหยุด วิ่งแล้ววิ่งเล่า ในที่สุดเขาก็หมดแรงล้มลงและถึงแก่ความตาย แล้วจวงจื่อได้ทิ้งท้ายข้อคิดว่า “เขาหารู้ไม่ว่า แค่เพียงเขาเข้าร่ม เงาก็จะหายไป และถ้าเขานั่งนิ่งๆ ก็จะไม่มีรอยเท้าเลย”

นิทานเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความจริง ๒ ด้าน ก็คือ “ด้านมืดและด้านสว่าง”

ด้านมืด เป็นปมด้อยที่เราเป็นอยู่ แต่เราไม่เคยพอใจกับสิ่งนี้ แล้วก็พยายามสลัดทิ้งไป

ปมด้อยนี้ ยิ่งพยายามสลัดทิ้ง วิ่งหนีมากเท่าไร การพอกพูนปมก็ยิ่งเกาะสนิทอยู่ในใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะเราไม่พอใจตนเอง และปรารถนาอยู่ในโลกสวยของผู้อื่น

ส่วนด้านสว่างนั้น เป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา พอใจในสิ่งที่มี พอดีกับสิ่งที่เป็น ไม่หลงเป็นทาสวัตถุภายนอก ให้ความสำคัญกับสาระชีวิต ซึ่งชีวิตด้านสว่างจะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ

๑. รู้จักเลือกแหล่งสาระชีวิต รับฟังคำแนะนำสั่งสอน เล่าเรียนความรู้ สนทนาซักถาม และหมั่นสดับสัทธรรมจากท่านผู้เป็นกัลยาณมิตร

๒. รู้จักคิดตามเหตุปัจจัย รู้จักคิด คิดเป็น รู้จักสืบสาวหาสาเหตุ แยกแยะสิ่งนั้นหรือปัญหานั้นๆ ออกให้เห็นตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย


การคาดหวังย่อมประสบผลแค่

“ผิดหวังและสมหวัง” เท่านั้น

ชีวิตเราก็เช่นกัน จริงๆ ไม่มีอะไรมาก

เพราะเรา “ไม่เข้าใจ”

จึงต้องหลงเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้


บทความหนังสือ 'เอาไงดีกับชีวิต' | พระมหาอ้าย ธีรปัญโญ

159 views
  • Grey Google+ Icon
  • Grey YouTube Icon

DHAMMA ON LENS

© 2020 by Dhamma on Lens